ขนมปังขิง

Gingerbread ขนมปังขิง
ตัวแทนแห่งความสุขทุกคริสต์มาส

เทศกาลคริสต์มาสไม่เพียงแต่จะจัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองการประสูติของพระเยซู แต่ยังเป็นวันสำคัญที่คนในครอบครัวชาวคริสต์ได้มาพบปะสังสรรค์ และนั่งรับประทานอาหารกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา ตามขนมธรรมเนียมประเพณีจะมีการส่งมอบของขวัญเล็กๆ น้อยๆ ให้แก่กัน ทั้งยังมีการตกแต่งต้นคริสต์มาสและประดับประดาบ้านเรือนให้สวยงาม เพื่อให้พร้อมต้อนรับสิ่งดีๆ ที่กำลังจะก้าวเข้ามาในช่วงเทศกาลรื่นเริงนี้ บนโต๊ะอาหารนอกจากจะมีพระเอกของอาหารมื้อหลักอย่างไก่งวง ของหวานที่ขาดไม่ได้เลยคือ ขนมปังขิง ซึ่งได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลคริสต์มาส และเป็นเหมือนตัวแทนของความสุขในวันสำคัญนี้ไปโดยปริยาย

Gingerbread

ขนมปังขิงแห่งเทศกาลคริสต์มาส

ช่วงเทศกาลคริสต์มาสของประเทศเยอรมนี แทบทุกจตุรัสของเมืองจะมี ตลาดคริสต์มาส หรือที่เรียกว่า Weihnachtsmarkt โดยชาวเยอรมันจะมารวมตัวกันที่นี่ ฟังดนตรี ดื่มเบียร์ อิ่มเอมกับอาหารเลิศรส และตบท้ายด้วยเมนูขนมหวานขึ้นชื่ออย่าง ขนมปังขิง (Gingerbread) หรือLebkuchen ในภาษาเยอรมัน ขนมปังขิงถือเป็นขนมที่ค่อนข้างมีความพิเศษและแตกต่างจากขนมเทศกาลคริสต์มาสชนิดอื่นๆ ในสมัยก่อนขนมปังขิงไม่ได้ถูกรับประทานเฉพาะแค่ในช่วงคริสต์มาสเท่านั้น แต่ยังเป็นขนมยอดนิยมที่สามารถรับประทานได้ตลอดทั้งปี เพราะขนมปังขิงเต็มไปด้วยพลังงานและคุณค่าทางโภชนาการ ทั้งยังสามารถเก็บรักษาได้ในระยะเวลานาน ทำให้ขนมปังชนิดนี้กลายเป็นขนมปังสำหรับผู้ที่หิวโหย ในช่วงฤดูกาลที่หาอาหารรับประทานได้ยากอย่างฤดูหนาว

เหตุผลที่ทำให้ขนมปังขิงสามารถเก็บไว้ได้นาน เนื่องจากขนมปังขิงไม่ได้มีส่วนผสมของไขมัน นม ยีสต์ หรือแม้แต่น้ำเปล่าเหมือนกับขนมอื่นๆ หากแต่ใช้ความหอมหวานและชุ่มชื้นของน้ำผึ้งป่า ผสมผสานด้วยเครื่องเทศและสมุนไพรหลากชนิด ไม่ว่าจะเป็นขิง อบเชย พริกไทยดำ และผลไม้แห้งชนิดต่างๆ ซึ่งยังคงรสชาติขิงที่โดดเด่นตามชื่อ ขนมปังขิงถูกสร้างสรรค์ออกมาในรูปร่างที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นรูปมนุษย์ รูปทรงหัวใจ รูปเกล็ดหิมะ หรือรูปต้นคริสต์มาส เพื่อให้ล้อกับเทศกาลความสุขนี้ แต่บางครั้งขนมปังขิงก็ถูกทำออกมาให้เป็นรูปบ้านขนมหวาน ที่ถอดแบบมาจาก Hansel and Gretel นิทานพื้นบ้านอันโด่งดังของเยอรมนี

เรื่องเล่าขานจากตำนานของขนมปังขิง

นักประวัติศาสตร์คาดว่าขนมปังขิงถูกคิดค้นขึ้นอย่างเป็นทางการในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19 โดยได้รับอิทธิพลมาจากการคิดค้นผงฟู ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษที่ทำให้แป้งพองฟูขึ้น ในขณะเดียวกันก็มีการบันทึกเอาไว้ว่าจริงๆ แล้วขนมปังขิงมีต้นกำเนิดมาตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว ย้อนกลับไปเมื่อ 350 ปีก่อนคริสต์ศักราช ชาวอียิปต์เคยมีการรับประทานเค้กน้ำผึ้ง และชาวโรมันเองก็มักจะทาหน้าเค้กด้วยน้ำผึ้งก่อนนำไปอบ ซึ่งพวกเขาเชื่อว่าน้ำผึ้งเป็นเหมือนของขวัญจากพระเจ้า ที่จะช่วยขับไล่วิญญาณชั่วร้าย ทั้งยังทำให้ชีวิตของพวกเขามีความสุข จึงมีการสันนิษฐานว่าเค้กน้ำผึ้งที่ว่านั่นถูกดัดแปลงและพัฒนาจนกลายมาเป็นขนมปังขิงในปัจจุบัน และยังมีเรื่องเล่าอีกว่าขนมปังขิงเปรียบเหมือนขนมแห่งปาฏิหาริย์ ในหมู่บ้านยากจนมีพ่อที่สิ้นหวังอบขนมปังขิงสูตรพิเศษให้กับลูกสาวที่ใกล้จะเสียชีวิต ซึ่งพ่อตั้งใจทำขนมปังขิงโดยใช้ส่วนผสมจากเครื่องเทศนานาชนิดและน้ำผึ้งป่าอันบริสุทธิ์ ท้ายที่สุดขนมปังขิงก็ทำให้ลูกสาวของเขาฟื้นคืนกลับมาได้อีกครั้ง

สูตรการทำขนมปังขิง

การทำขนมปังขิงในช่วงเทศกาลคริสต์มาสได้รับความนิยมมากขึ้น และแพร่กระจายออกไปยังประเทศต่างๆ ในทวีปยุโรป ซึ่งกรรมวิธีการทำของแต่ละท้องถิ่นก็ล้วนมีความแตกต่างกัน แม้กระนั้นก็ยังคงส่วนผสมของเครื่องเทศหลักตามแบบฉบับดั้งเดิมของขนมปังขิง อันประกอบไปด้วยขิง อบเชย กระวาน ลูกจันทน์เทศ และกานพลู ขนมปังขิงมีทั้งแบบเค้กและคุ้กกี้ นอกจากจะมีเครื่องเทศที่เป็นตัวชูโรงแล้ว ยังมีน้ำผึ้ง น้ำตาลเคี่ยว ช็อกโกแลต ลูกเกด และอัลมอนด์ ที่ถูกใช้ทาและแต่งหน้าบนขนมปัง ด้วยกลิ่นเผ็ดอ่อนๆ รสชาติ และเนื้อสัมผัสที่เป็นเอกลักษณ์ ทั้งยังซ่อนคุณค่าทางอาหารอีกมากมาย ทำให้ขนมปังขิงกลายเป็นขนมยอดนิยมสำหรับเทศกาลคริสต์มาส

วิธีการทำขนมปังขิงเริ่มต้นจากการนำแป้งเอนกประสงค์มาร่อน จากนั้นใส่น้ำผึ้งอุ่นตามลงไป คนส่วนผสมให้เข้ากันหรือจะใช้เครื่องผสมอาหารช่วยทุ่นแรงก็ได้ เมื่อส่วนผสมเริ่มเข้ากันก็จะใส่ผงขิง อบเชย กานพลู กระวาน และผงลูกจันทน์เทศตามลงไป ใส่ผงโกโก้ ผงฟู และใส่เกลือเล็กน้อย เสร็จแล้วก็จะนำแป้งมานวดด้วยไม้นวดแป้ง นวดไปมาจนแป้งเข้ากันและมีเนื้อเนียน ห่อแป้งด้วยพลาสติกถนอมอาหารก่อนนำไปพักไว้ในตู้เย็น ประมาณ 2-3 ชั่วโมง นำแป้งออกจากพลาสติกถนอมอาหารและใช้ไม้นวดแป้งรีดแป้งให้มีเนื้อบางลง นำแม่พิมพ์ลวดลายต่างๆ มากดทับตัวแป้ง หลังจากที่ลอกแป้งออกจากแม่พิมพ์เรียบร้อยแล้ว ก็ทาหน้าด้วยน้ำผึ้งก่อนนำเข้าอบที่ อุณหภูมิ 175  องศาเซลเซียส โดยใช้เวลาประมาณ 10 นาที ซึ่งควรเว้นระยะห่างระหว่างชิ้นประมาณ 1 นิ้ว เผื่อไว้ในกรณีที่แป้งพองฟูขึ้นนิดหน่อย เมื่อได้ขนมปังขิงที่อบเรียบร้อยแล้ว ก็พักไว้ให้เย็นลงและตกแต่งหน้าขนมปังขิง อาจจะราดด้วยซอสช็อกโกแลต ทาน้ำผึ้ง หรือตกแต่งด้วยลูกเกดและอัลมอนด์ตามชอบ

ขนมปังขิงเป็นขนมหวานอีกหนึ่งชนิดที่สะท้อนความหลากหลายของอาหารยุโรป โดยผ่านกรรมวิธีการทำที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละท้องถิ่น มีการดัดแปลงและพัฒนาสูตรการทำเพื่อให้เข้ากับวัฒนธรรมการกินของคนในประเทศตน ทั้งยังแสดงถึงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของชาวคริสต์ และเป็นขนมแห่งความสุขที่แฝงกลิ่นอายของเทศกาลคริสต์มาสเอาไว้

 

- Merry Chisrtmas -

 

 

 



tags : , , , , ,


share share to facebook share to twitter

TipsDD Gingerbread ขนมปังขิง ตัวแทนแห่งความสุขทุกคริสต์มาส