Fine Dining
22 February 2019

รู้จักมารยาทบนโต๊ะอาหาร
ก่อนไปรับประทาน
Fine Dining

อาหาร Fine Dining คืออะไร?

หลายคนคงจะพอคุ้นหูกับคำนี้ ซึ่งจริงๆ แล้วหมายถึงอาหารชั้นเลิศที่มีราคาแพงกว่าภัตตาคารทั่วไป โดยอาหารทุกจานจะปรุงขึ้นจากวัตถุดิบชั้นยอดและปรุงรสชาติอย่างพิถีพิถัน อาหารบางชนิดก็เป็นเมนูพิเศษที่มีแค่ในบางฤดูกาลเท่านั้น นอกจากจะให้บริการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และไวน์คุณภาพสูง บางร้านอาจจะมีซอมเมอลิเยร์ (Sommelier) หรือผู้เชี่ยวชาญทางด้านไวน์ไว้คอยให้บริการอีกด้วย เพื่อให้สามารถเลือกชนิดของไวน์ได้เหมาะกับรสชาติอาหารและชูวัตถุดิบจานนั้นๆ ออกมาได้อย่างดีที่สุด กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่ของที่นี่ก็จะเป็นผู้ที่มีฐานะดีหรือมีหน้ามีตาทางสังคม ทำให้องค์ประกอบโดยรวมของร้านค่อนข้างมีความหรูหราและมีความเป็นทางการสูง

 

ไม่เพียงแต่เรื่องของรสชาติอาหาร แต่ที่นี่ยังมีการให้บริการสุดประทับใจ มาตรฐานการบริการของร้านอาหารนั้นค่อนข้างละเอียดอ่อนเป็นอย่างมาก บริกรในร้านจะมีหน้าที่นำแขกไปส่งที่โต๊ะ นำทางไปยังห้องน้ำ ทั้งยังต้องให้ข้อมูลและแนะนำรายละเอียดต่างๆ ของเมนูอาหารอีกด้วย ซึ่งการบริการระดับสูงเช่นนี้ ต้องผ่านการฝึกฝน การอบรมมารยาท และเข้าใจวัฒนธรรมการรับประทานอาหารประเภทนี้อย่างดีทีเดียว

นอกจากนั้นบรรยากาศโดยรอบของร้านยังมีการตกแต่งอย่างหรูหรา ตั้งแต่เฟอร์นิเจอร์ โคมไฟระย้า จนไปถึงบันได ซึ่งในปัจจุบันนั้นมีการดัดแปลงร้านให้เข้ากับสมัยใหม่มากขึ้น แต่ยังคงความประณีตบรรจงในการออกแบบร้านเหมือนเดิม องค์ประกอบเล็กๆ น้อยๆ ไม่ว่าจะเป็นเชิงเทียนไร้ควัน ดอกไม้ประดับ อุปกรณ์ในการรับประทานอาหาร และบทเพลงประกอบมื้ออาหาร ก็ยังต้องถูกเลือกสรรมาเป็นอย่างดีอีกด้วย

ส่วนผสมที่ลงตัวของวัตถุดิบเลิศรส บริการชั้นเยี่ยม และบรรยากาศที่สุดแสนจะพรีเมียม ถือเป็นคำนิยามที่บ่งบอกถึงเอกลักษณ์ของอาหารแบบ Fine Dining ได้เป็นอย่างดี แต่นอกจากความพิถีพิถันในการปรุงอาหารแล้ว ธรรมเนียมปฏิบัติและมารยาทบนโต๊ะอาหารก็เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนเช่นกัน

มารยาทบนโต๊ะอาหาร

ปกติแล้วการรับประทานอาหารแบบ Fine Dining จะมีบริกรนำอาหารมาเสิร์ฟทีละจานไล่ไปเรื่อยๆ ตามคอร์ส ซึ่งเมนูอาหารนั้นก็มีผลต่อรูปแบบการจัดโต๊ะอาหารด้วยเช่นกัน โดยบนโต๊ะอาหารนั้นจะมีช้อน ส้อม และมีดมากกว่าหนึ่งชุด เพราะแต่ละชุดใช้สำหรับการรับประทานอาหารหนึ่งคอร์สเท่านั้น อุปกรณ์ในการรับประทานอาหารที่ถูกจัดไว้ด้านนอกสุด จะใช้สำหรับคอร์สแรก ส่วนที่อยู่ด้านในสุดจะใช้สำหรับคอร์สสุดท้าย

การใช้มีดและส้อม
ตามมารยาทแล้วการรับประทานอาหารโดยใช้มีดและส้อม จะต้องถืออุปกรณ์ดังกล่าวคว่ำหน้าลงกับจาน หากต้องการจะตัดอาหารให้ใช้ส้อมกดที่ชิ้นเนื้อ และใช้มีดตัดให้ขนาดเล็กพอที่จะเข้าปากได้ ซึ่งตลอดระยะเวลาที่รับประทานควรถือมีดและส้อมพร้อมกันเสมอ ถือเป็นมารยาทตามสไตล์ของชาวยุโรป ส่วนชาวอเมริกันนั้นจะแตกต่างกันตรงที่ ใช้มีดตัดอาหารเป็นชิ้นเล็กๆ ก่อนจะใช้ส้อมจิ้มเข้าปากทีหลัง นอกจากนั้นการวางส้อมและมีดบนจานยังเป็นการส่งสัญญาณได้อีกด้วย เมื่อใดที่วางส้อมและมีดไขว้กันเป็นรูปกากบาทแสดงว่ายังรับประทานคอร์สนั้นไม่เสร็จ แต่หากวางส้อมและมีดขนานกันพร้อมหันด้านคมของมีดไปทางซ้ายมือ แสดงว่ารับประทานคอร์สนั้นเสร็จแล้ว

 

การรับประทานขนมปัง ถั่ว และสลัด
บนโต๊ะอาหารนั้นจะมีจานขนมปังวางอยู่ทางด้านซ้ายมือ ซึ่งจะรับประทานโดยการใช้มือแบ่งขนมปังทีละคำ แล้วใช้มีดปาดเนยทาบนขนมปัง ห้ามใช้มีดหั่นขนมปังเป็นชิ้นๆ เด็ดขาด ส่วนการรับประทานอาหารที่ตักยากอย่างข้าวหรือถั่วนั้น จะหงายส้อมแล้วใช้มีดปาดอาหารเข้าไปอยู่ในส้อมโดยไม่นำมีดเข้าปาก หากในคอร์สนั้นมีสลัดก็จะใช่มีดตัดผักให้พอดีคำ จากนั้นใช้มีดและส้อมช่วยกันพับชิ้นผัก ดันผักเข้าไปอยู่ในส้อมและรับประทานในคำเดียว

การรับประทานเมนูซุป
ส่วนใหญ่แล้วเมนูซุปจะเสิร์ฟมาเป็นคอร์สแรกๆ และจะรับประทานโดยใช้ช้อนที่มีขนาดพอๆ กับช้อนของหวาน แต่หัวของช้อนจะกลมกว่าและมีก้นลึกกว่า เพื่อให้สามารถตักซุปได้ในปริมาณมาก เวลาที่รับประทานซุปจะต้องใช้นิ้วโป้งขวาจับบริเวณโคนช้อนส่วนบน ส่วนนิ้วนางประคองบริเวณด้ามจับด้านล่าง เริ่มรับประทานโดยใช้ช้อนตักผิวส่วนบนของซุปและตักออกไปด้านหน้าของตัวเอง จากนั้นให้ยกช้อนขึ้นมาแตะใกล้ๆ ริมฝีปากพร้อมซดน้ำซุปโดยไม่ส่งเสียงดัง เมื่อรับประทานเสร็จให้ทิ้งช้อนซุปไว้ในถ้วยซุปเลย หากในกรณีที่ซุปเสิร์ฟมาในถ้วยมีหู จึงจะสามารถยกซดได้โดยไม่ต้องใช้ช้อน

 

การรับประทานของหวาน
ใครหลายคนอาจจะเข้าใจว่าพุดดิ้งรวมอยู่ในคอร์สของหวาน แต่จริงๆ แล้วของหวานและพุดดิ้งอยู่กันคนละคอร์ส หากอาหารคอร์สนั้นมีชีสและผลไม้เป็นของหวาน จึงจะถือว่าพุดดิ้งเป็นหนึ่งในคอร์สของหวาน ตามธรรมเนียมแล้วการรับประทานของหวานจะต้องใช้ทั้งช้อนและส้อมขนาดเล็ก โดยใช้ช้อนตักของหวานมาวางบนจาน แล้วใช้ส้อมเขี่ยของหวานขึ้นไปบนช้อน เมื่อรับประทานเสร็จก็ให้วางช้อนและส้อมไว้ในจานพุดดิ้งเช่นเดียวกับการรับประทานซุป

การใช้ผ้าเช็ดปาก
บนโต๊ะอาหารนั้นจะมีผ้าเช็ดปากเตรียมไว้ให้ เมื่อบริกรพามานั่งที่โต๊ะให้คลี่ผ้าเช็ดปากที่พับไว้ออก และพับครึ่งเป็นรูปสามเหลี่ยมก่อนจะนำมาไว้วางบนตัก ระหว่างการรับประทานอาหารถ้าต้องการเช็ดปาก ให้ยกผ้าด้านในขึ้นมาซับเบาๆ บริเวณจุดที่ต้องการเช็ด ไม่ควรนำผ้าไปรูดกับริมฝีปาก นอกจากนั้นก่อนที่จะดื่มน้ำหรือไวน์ควรซับปากให้สะอาดก่อน เพื่อไม่ให้ความมันจากริมฝีปากลงไปเปื้อนในแก้ว ในขณะที่รับประทานอาหารหากจำเป็นต้องลุกออกจากโต๊ะทั้งๆ ที่ยังรับประทานไม่เสร็จ ให้วางผ้าเช็ดปากไว้บนเก้าอี้หรือพนักวางแขน ซึ่งจะเป็นการส่งสัญญาณให้บริกรรู้ ว่าคุณยังรับประทานอาหารไม่เสร็จ ส่วนในกรณีที่รับประทานอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้นำผ้าเช็ดปากมาวางไว้ที่ด้านซ้ายของจาน

 

 

ใครที่ยังไม่เคยไปรับประทานอาหาร Fine Dining คงต้องหาโอกาสไปเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ กันสักหน่อยแล้ว ไปลิ้มลองอาหารอันเลิศจากวัตถุดิบชั้นยอด พร้อมซึมซับธรรมเนียมปฏิบัติและมารยาทบนโต๊ะอาหาร นอกจากจะเป็นการเคารพและให้เกียรติต่อวัฒนธรรมการกินของแต่ละชนชาติแล้ว ยังช่วยเสริมบุคลิกของคุณให้ดูสง่างามและเป็นมืออาชีพอีกด้วย

 

 



tags : , ,


share share to facebook share to twitter

TipsDD รู้จักมารยาทบนโต๊ะอาหาร ก่อนไปรับประทาน Fine Dining