ขนมไหว้พระจันทร์

เปิดตำนานขนมไหว้พระจันทร์
สัมผัสรสชาติชวนฝันปีละครั้งเดียว

มีอาหารมากมายบนโลกที่ถือกำเนิดจากความเชื่อ บ้างรับประทานเพราะมีความหมายดี หรือจากตำนานที่ร้อยเรียงมากับเมนูนั้นๆ ตั้งแต่อดีตกาล ขนมไหว้พระจันทร์ ก็เช่นกัน จากแรงอธิษฐานของครอบครัวชาวจีน นำมาสู่ขนมแป้งทรงกลม สอดไส้รูปแบบต่างๆ ซึ่งมีสีสันและหน้าตาน่ารับประทาน ที่สำคัญคือมีโอกาสได้รับประทานเพียงแค่ปีละ 1 ครั้งเท่านั้น!

พระจันทร์ดวงกลมกับความเชื่อของคนจีน

วันไหว้พระจันทร์ เป็นเทศกาลที่อยู่เคียงคู่กับวิถีชีวิตของคนจีนมาช้านาน เรื่องราวที่เกี่ยวเนื่องกับเทศกาลนี้มากไปด้วยตำนาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวของกษัตริย์จีนกับเจ้าหญิงฉางเอ๋อ หรือแม้กระทั่งกระต่ายหมายจันทร์

แม้ตำนานของเทศกาลนี้จะคล้ายกับนิทานปรัมปราที่เล่าสืบต่อกันมา แต่สิ่งหนึ่งที่ปลูกฝังอยู่ในความเชื่อของชาวจีนก็คือ ความหมายที่ลึกซึ้งของพระจันทร์กลมโต เพราะพวกเขาเปรียบให้เป็นตัวแทนของความคิดถึง รวมทั้งไม่ว่าจะมองพระจันทร์จากมุมไหนก็สามารถรับรู้ได้ถึงความห่วงใยของสมาชิกในครอบครัว ดังนั้นหากจะบอกว่าชาวจีนเลือกวันไหว้พระจันทร์เป็นวันนัดหมายให้สมาชิกในครอบครัวกลับมารวมกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาก็ได้เช่นกัน

ทั้งนี้เมื่อเสร็จสิ้นพิธีแล้ว สมาชิกในครอบครัวจะแบ่งขนมไหว้พระจันทร์แก่กัน โดยขนมไหว้พระจันทร์ 1 ชิ้น จะต้องถูกตัดแบ่งให้มีขนาดและจำนวนเท่ากับสมาชิกในครอบครัว เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความกลมเกลียว

รู้จักขนมไหว้พระจันทร์กันเถอะ!

ขนมไหว้พระจันทร์ (Moon Cake) ซึ่งเป็นพระเอกของเทศกาลนี้ มีลักษณะเป็นทรงกลมคล้ายกับขนมเค้กก้อนเล็ก โดยสมัยก่อนจะมีแต่ไส้หวานและเคลือบผิวของแป้งชั้นนอกด้วยน้ำเชื่อมเท่านั้น เนื่องจากคนจีนเชื่อว่าการรับประทานของหวานร่วมกัน จะสื่อถึงความสดชื่นและอุดมสมบูรณ์ ทั้งยังได้ดื่มด่ำกับความสุขในช่วงส่งท้ายของฤดูใบไม้ร่วง ก่อนจะต้องเข้าสู่ฤดูหนาวอันแห้งแล้ง

ทั้งนี้ขนมไหว้พระจันทร์จะมีไส้ที่หลากหลายตามแต่ละท้องถิ่น และยังเลือกวัตถุดิบสำหรับมาทำเป็นไส้ตามชื่อที่มีความหมายมงคลตามความเชื่อแบบดั้งเดิมของชาวจีน

ขนมไหว้พระจันทร์ กับไส้แบบ ‘ดั้งเดิม’

เม็ดบัว : คือไส้ดั้งเดิมที่มีมาตั้งแต่โบราณ สื่อถึงความอายุยืน สุขภาพร่างกายแข็งแรง แสดงถึงจิตใจอันบริสุทธิ์และความอ่อนน้อมถ่อมตน บ้างก็ถือเป็นเคล็ดว่าหากอยากมีลูกชายเอาไว้สืบสกุลให้รับประทานเม็ดบัว

โหงวยิ้ง : เป็นไส้ที่นำธัญพืช 5 ชนิดที่มีความหมายมงคลมารวมกัน เช่น เมล็ดแตงโม อัลมอนด์ วอลนัท งาขาว เม็ดมะม่วงหิมพานต์

เกาลัด : นับเป็นของมงคลของชาวจีนมาช้านาน คนจีนนิยมปลูกต้นเกาลัดเอาไว้ในบริเวณบ้าน เพราะสื่อถึงสิ่งอันเป็นที่รัก และลูกชาย นอกจากนี้ยังมักนำมาใช้ประกอบพิธีทางศาสนาอีกด้วย

ลูกพลัม :  คือสัญลักษณ์ของการเริ่มต้นตามปฏิทินจีน เป็นพืชที่สามารถเติบโตได้ท่ามกลางฤดูหนาว ดังนั้นชาวจีนจึงนำมาเปรียบเป็นสัญลักษณ์ของความกล้าหาญ และความหวัง

บัวหิมะ : สื่อถึงความอ่อนหวานและนุ่มนวล ให้รสชาติหวานกว่าไส้อื่นๆ นิยมรับประทานอย่างแพร่หลายในช่วงปี 1990

ต่อมาจึงได้พัฒนาสูตรโดยเพิ่มไส้ที่หลากหลายขึ้นตามยุคสมัย เช่น การทำขนมไหว้พระจันทร์ที่มีไส้แบบคาวอย่างไข่เค็ม ซึ่งชาวจีนใช้เป็นสัญลักษณ์แทนพระจันทร์ หรือว่าจะสอดไส้ผลไม้กวนตามฤดูกาล อย่างในบ้านเราที่นิยมรับประทานขนมไหว้พระจันทร์ไส้ทุเรียนหมอนทองนั่นเอง  

นอกจากนี้การรับประทานขนมไหว้พระจันทร์พร้อมกับการดื่มชา จะสามารถแก้เลี่ยนได้ดีทั้งยังเพิ่มรสชาติอันกลมกล่อมระหว่างแป้งกับไส้ได้อีกด้วย โดยแนะนำให้จับคู่ชาอู่หลงกับขนมไหว้พระจันทร์ไส้เค็ม และดื่มชาดอกไม้ไปพร้อมกับค่อยๆ ลิ้มรสชาติขนมไหว้พระจันทร์ไส้หวาน

ไส้แบบใหม่ถูกใจยิ่งขึ้น

ส่วนขนมไหว้พระจันทร์ที่หลายคนตั้งตารอทุกปี มีการปรับส่วนของไส้ให้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น อย่างเช่น ไส้คัสตาร์ด ชาเขียว ช็อคโกแลต มันม่วง ไข่เค็มลาวา หรือแม้แต่การนำไส้โหงวยิ้งมาผสมผสานกับไข่เค็ม บางตำรับยังเพิ่มความหมายที่เป็นมงคลด้วยไข่แฝด

นอกจากนี้แบรนด์สินค้าจำพวกขนมหวานและเบเกอร์รี่ต่างสร้างจุดขาย ด้วยการนำความโดดเด่นของขนมไหว้พระจันทร์มาออกเป็นสินค้าเฉพาะฤดูกาล ซึ่งคุณจะได้เห็นไอศกรีม คุ้กกี้ วุ้น รวมทั้งขนมเค้ก ที่ถูกดีไซน์ออกมาในรูปแบบขนมไหว้พระจันทร์ ดูสวยงามน่ารับประทาน

และเนื่องจากตลาดขนมไหว้พระจันทร์ในจีนมีขนาดใหญ่ที่สุด ทำให้ก่อนถึงช่วงเทศกาล เหล่าภัตตาคารจีนชื่อดังหรือร้านเบเกอร์รี่ ต่างรับออเดอร์ผลิตขนมไหว้พระจันทร์อย่างคึกคัก เรียกได้ว่าจีนสามารถเรียกกำไรจากเทศกาลนี้ได้อย่างมหาศาล แม้ว่าราคาของขนมไหว้พระจันทร์จะปรับให้สูงขึ้นทุกปีก็ตาม

ขนมไหว้พระจันทร์กับลวดลาย
ที่สืบสายจากชาวจีน

หนึ่งในจุดเด่นของขนมไหว้พระจันทร์ คือลวดลายด้านนอกที่สื่อถึงความมงคล แม้ปัจจุบันจะมีแม่พิมพ์สำหรับสร้างลวดลายแบบสำเร็จรูป แต่แม่พิมพ์ขนมไหว้พระจันทร์แบบโบราณที่ชาวจีนร่วมสืบสาน ก็ยังเป็นที่เล่าขานถึงความสามารถทางด้านภูมิปัญญาของชาวจีนโบราณจวบจนปัจจุบัน

สมัยก่อนชาวบ้านจะทำขนมไหว้พระจันทร์รับประทานเองในครัวเรือน ดังนั้นทุกบ้านจึงต้องมีแม่พิมพ์เอาไว้สร้างลวดลายต่างๆ เปรียบได้กับเป็นอุปกรณ์คู่ครัว ส่วนแม่พิมพ์โบราณที่เก็บเอาไว้สำหรับจัดแสดงนั้น ส่วนใหญ่มาจากราชวงศ์หมิงและราชวงศ์ชิง ทำจากไม้พุทราหรือไม้จากต้นสาลี่ ต่อมาจึงค่อยพัฒนาเป็นดินเผาและเซรามิก

มากกว่าความสวยงามของลวดลาย
คือ ความหมายอัน ‘มงคล’

สิ่งที่แสดงถึงภูมิปัญญาของชาวจีนคือ ความสามารถในการแกะสลักแม่พิมพ์ที่ทำจากไม้ขึ้นเป็นลวดลายต่างๆ เช่น ลายเทพธิดาเฉิงเอ๋อ ซึ่งเป็นเทพธิดาบนพระจันทร์ ลายดอกไม้โบราณ เช่น ดอกโบตั๋น ดอกเบญจมาศ ต้นไผ่ รวมทั้งลายสัตว์ในตำนาน เช่น มังกร กิเลน ซึ่งลวดลายดังกล่าวเป็นต้นฉบับความคลาสสิคของขนมไหว้พระจันทร์ที่ยังนิยมอยู่จนถึงปัจจุบัน แต่ก็ได้มีการเพิ่มรายละเอียดของแม่พิมพ์ให้สวยงามยิ่งขึ้น ตามประสบการณ์ทางศิลปะที่สั่งสมมายาวนาน ทุกรายละเอียดของขนมล้วนมาจากความละเมียดละไม ที่พร้อมใส่ใจลงไปเพื่อเพิ่มความพิเศษ

ทันทีที่เปิดกล่องขนมไหว้พระจันทร์ ลวดลายที่ถูกพิมพ์อยู่บนนั้นนับเป็นจุดเด่นที่หลายคนให้ความสนใจ เพราะความหมายที่สื่อออกมาจากลายพิมพ์ จะกลายเป็นคำอวยพรที่ดีประจำปี เช่น ตัวอักษรภาษาจีนที่สื่อความหมายมงคล อย่างคำว่า โชคลาภ ความสุข ราบรื่น ตลอดจนลวดลายสัตว์ต่างๆ ที่ให้ความหมายอันเป็นสิริมงคล เช่น นกกระเรียน หมายถึง สุขภาพแข็งแรงและการงานราบรื่น มังกร หมายถึง ความดีและความซื่อสัตย์ ดอกโบตั๋น หมายถึง เกียรติยศและความร่ำรวย ตลอดจนกุหลาบสามดอก หมายถึง โชคชะตาเรื่องความรัก

แม้จะมีโอกาสได้รับประทานขนมไหว้พระจันทร์เพียงปีละ 1 ครั้ง แต่สิ่งที่ทำให้ขนมชิ้นนี้สามารถร้อยเรียงไปกับวิถีชีวิตของผู้คนตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน อาจไม่ได้หยุดที่รสชาติและสารพัดไส้อันแสนเย้ายวนเท่านั้น เพราะพลังของความเชื่อและแรงอธิษฐาน ได้กลายเป็นพลังสำคัญที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น ทำให้ขนมไหว้พระจันทร์ยังเป็นของกินที่หลายคนเฝ้ารอในทุกปี

 

 

 



tags : , ,


share share to facebook share to twitter

TipsDD เปิดตำนานขนมไหว้พระจันทร์ สัมผัสรสชาติชวนฝันปีละครั้งเดียว