คราฟต์เบียร์
 
 
 

‘คราฟต์เบียร์’
ไม่ถูกกฎหมายแต่ถูกใจคอเบียร์

 

คราฟต์ (Craft) แปลว่า ‘งานฝีมือ’ หรือการสร้างสรรค์ผลงานต่างๆ ในที่นี้อาจหมายถึงงานศิลปะ หัตถกรรม เย็บ ปัก ถัก ร้อย หรืออะไรก็ได้ที่ใช้ฝีมือและความคิดสร้างสรรค์ในการผลิต คำว่า ‘คราฟต์เบียร์’ ก็เช่นกัน ผู้ผลิตเบียร์ (Brewer) ต้องใช้ศิลปะและความประณีตในการต้ม ให้มีรสชาติออกมาตามที่ผู้ผลิตต้องการ โดยมีตัวแปรเป็นวัตถุดิบ และกระบวนการผลิตที่แตกต่างกันออกไปตามแต่ละ Brewer

คราฟต์เบียร์ คืออะไร?

คราฟต์เบียร์ (Craft Beer) หมายถึง เบียร์ที่ Brewer ทำการคราฟต์ขึ้นเองภายในบ้าน หรือโรงเบียร์ขนาดเล็ก ไม่ยิ่งใหญ่เหมือนการผลิตแบบอุตสาหกรรม แต่ถ้าจะให้เรียกคราฟต์เบียร์ได้เต็มปากนั้น ต้องประกอบด้วย 3 อย่าง คือ มีขนาดเล็ก เป็นอิสระจากนายทุน (เจ้าของถือหุ้นไม่ต่ำกว่า 75%) และใช้วัตถุดิบดั้งเดิมในการผลิต คือ มอลต์ ฮอปส์ ยีสต์ และน้ำ

Brewer

ผลิตคราฟต์เบียร์อย่างไรให้ถูกกฎหมาย

ผู้ผลิตรายย่อยบางราย หันไปผลิตยังโรงเบียร์ของประเทศเพื่อนบ้าน และส่งกลับเข้ามาขายในประเทศไทย เพื่อให้พ้นจากการถูกดำเนินคดี ตาม พ.ร.บ.สุรา พ.ศ. 2493 ทำให้คราฟต์เบียร์ไทยราคาค่อนข้างสูง การผลิตคราฟต์เบียร์ภายในประเทศเองนั้น ต้องผลิตตามปริมาณที่กรมสรรพสามิตกำหนด คือ

1. BREWPUB คือ การผลิตจำนวนไม่ต่ำกว่า 1 แสนลิตร แต่ไม่เกิน 1 ล้านลิตร/ปี และสามารถดื่มได้แค่ในร้านเท่านั้น เช่น โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง

2. โรงเบียร์ขนาดใหญ่ ผลิตได้ไม่ต่ำกว่า 10 ล้านลิตร/ปี ต้องผลิตได้อย่างน้อยวันละ 27,400 ลิตร

Brewer Beer

วัตถุดิบที่สำคัญ
ก่อนที่จะมาเป็นคราฟต์เบียร์

  1. ยีสต์ (Yeast) – เป็นวัตถุดิบหลักที่ถูกสร้างให้เกิดแอลกอฮอล์ โดยในคราฟต์เบียร์ แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักๆ คือ “Top Ferment – Ale Yeast” ที่ทำหน้าที่บนผิวหน้าของเบียร์ และ “Bottom Ferment – Lager Yeast” ยีสต์ที่ทำงานด้านล่างของน้ำเบียร์
  2. มอลต์ (Malt) – ชนิดของมอลต์ที่เลือกใช้ขึ้นอยู่กับแต่ละ Brewer และชนิดเบียร์ ส่งผลให้คราฟต์เบียร์มีสีที่แตกต่างกัน
  3. ฮอปส์ (Hops) – เป็นพืชไม้เลื้อยชนิดหนึ่งที่ถูกนำมาประกอบเป็นส่วนประสมของคราฟต์เบียร์ มีหลายชนิดขึ้นอยู่กับผู้ผลิตจะเลือกใช้ มีกลิ่นหอมรสชาติขม แต่ช่วยยืดอายุของเบียร์ ปัจจุบันมีฟาร์มฮ็อปส์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยแล้ว
  4. น้ำ (Water) – เป็นส่วนประสมที่มากที่สุดในคราฟเบียร์ถึง 95% รสชาติและกลิ่นของน้ำเป็นสิ่งที่ Brewer ต้องให้ความสำคัญ

 

ชนิดของคราฟต์เบียร์ที่ได้รับความนิยม

Pale Ale (เพลเอล)

มีลักษณะที่ค่อยข้างสวยงาม สีเหลืองทองสว่างชัดเจน มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว คือ รสชาติ และกลิ่นของมอลต์กับฮอปส์ที่ค่อนข้างชัดเจน คราฟเบียร์ชนิดนี้ควรดื่มที่อุณหภูมิ 1-10°C ทานคู่กับ อาหารทะเล เนื้อ และ Cheddar Cheese (เชดด้าชีส) จะช่วยชูรสชาติของอาหารได้ดียิ่งขึ้น

 

INDIA PALE ALE (อินเดียเพลเอล)
หรือ IPA

เป็นคราฟต์เบียร์ที่แตกมาจาก Pale Ale (เพลเอล) ใส่ดอกฮอปส์ค่อนข้างเยอะ เน้นกลิ่นที่ชวนกิน และเน้นความขม  ควรเสิร์ฟในอุณหภูมิ 5-7°C  ทานคู่กับเนื้อ และปลา

คราฟต์เบียร์ชนิด IPA นี้ มีต้นกำเนิดมาจากทหารอังกฤษที่เดินทางไปล่าอาณานิคมในประเทศอินเดีย ทหารอังกฤษส่วนมากนิยมบริโภคเบียร์ จึงได้นำเบียร์ใส่เรือเดินทางไปพร้อมกับพวกตน แต่เมื่อไปถึงอินเดียแล้วเบียร์เกิดบูด เพราะใช้เวลาที่ยาวนานในการเดินทาง อีกทั้งไม่มีที่ที่เหมาะสมกับการเก็บรักษาเบียร์ ดังนั้นผู้ผลิตเบียร์ จึงคิดค้นวิธีที่จะยืดอายุเบียร์ให้นานยิ่งขึ้น โดยการใส่ฮอปส์ลงไปในหม้อต้มเบียร์จำนวนมาก เมื่อแอลกอฮอล์ผสมกับฮอปส์แล้ว ทำให้ฮอปล์หลั่งน้ำมันออกมา ทำให้เบียร์มีอายุที่ยาวนานขึ้น และได้รสชาติที่ค่อนข้างขมจากน้ำมันของฮอปส์

Stout (สเตาท์)

คราฟต์เบียร์ชนิดนี้จะนำมอลต์ หรือ ข้าวบาเลย์ ไปคั่วก่อนที่จะนำไปหมัก และใส่ฮอปส์เพียงแค่เล็กน้อย ทำให้มีรสชาติออกไปทางหวาน ได้กลิ่นไหม้เล็กน้อย คล้ายกับช็อกโกแลต และกาแฟคั่ว ควรเสิร์ฟระหว่างอุณหภูมิ 7-12°C จึงเข้าได้ดีกับอาหารชนิดย่าง เช่น บาร์บีคิว เบอร์เกอร์ หรือช็อกโกแลต

 

Porter (พอร์เตอร์)

คราฟต์เบียร์ชนิดนี้จะใช้มอลต์ที่ผ่านการคั่วและอบด้วยความร้อนที่สูง ทำให้ได้รสชาติที่หนักแน่นกว่า Stout Beer แต่ก็ยังให้ความสดชื่นอีกด้วย เหมาะกับอาหารหนักๆ เช่น เนื้อแบบ Medium Rare ช็อกโกแลต ชีสเนื้อแข็ง เป็นต้น ควรดื่มที่อุณหภูมิระหว่าง 4-12°C เพื่อรสชาติที่ดี

Bock (บ็อค)

เป็นคราฟต์เบียร์ที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศเยอรมันนี สีเข้ม จะมีรสชาติและกลิ่นของมอลต์บวกกับฮอปส์ค่อนข้างชัด ควรเสิร์ฟอุณหภูมิระหว่าง 4-12°C และเหมาะที่จะทานกับ เนื้อวัว เนื้อหมู แฮม และไส้กรอกเยอรมัน

 

WEISSBIER (ไวซ์เบียร์)

คราฟต์เบียร์ที่รสชาติไม่ค่อยเข้ม มีเนื้อสัมผัสเบาบาง แต่จะออกไปทางให้ความรู้สึกสดชื่น เหมาะที่จะดื่มกับอาหารที่มีรสชาติไม่หนัก เช่น ไก่ ปลา หรือชีสเนื้อนุ่ม อุณหภูมิที่เหมาะสำหรับการดื่ม คือ 4-10°C

Craft Beer

คราฟต์เบียร์หาได้ไม่ยาก

ถ้าพูดถึงคราฟต์เบียร์ สำหรับมือใหม่อาจจะมองว่า ‘หายาก จะซื้อที่ไหน ไปกินที่ร้านก็ไม่รู้จะเลือกดื่มอะไรดี’  ปัจจุบันคราฟต์เบียร์ก็สามารถหาซื้อได้ที่ร้านโชว์ห่วยแล้ว ร้านนี้มีชื่อว่า ‘Well Shop ประตูผีโชว์ห่วยในตำนาน’ และในปัจจุบันตลาดคราฟต์เบียร์อยู่ในช่วงกำลังค่อยๆ เติบโต ทำให้เราสามารถหาดื่มได้ง่าย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการดื่มคราฟต์เบียร์ในปริมาณมาก ก็ส่งผลเสียต่อสุขภาพไม่น้อยเช่นกัน ดังนั้นเราควรบริโภคอยู่บนความเหมาะสมและพอดี

 

 

 

 
 



tags : , ,


share share to facebook share to twitter

TipsDD ‘คราฟต์เบียร์’ ไม่ถูกกฎหมายแต่ถูกใจคอเบียร์